พักผ่อนหย่อนใจกับน้ำใส ทะเลสวยที่ กระบี่
กระบี่ เมืองท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงเป็นที่นิยมชมชื่นของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลอันดามัน ผู้เขียนเดินทางท่องเที่ยวหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำไปหลายจังหวัดในเมืองไทยตั้งแต่เด็กจนแก่ ได้แต่โฉบเฉี่ยวไปมาอยู่ใกล้ๆ กระบี่ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสเหยียบย่างเท้าไปที่ตัวจังหวัดกระบี่สักที ในขณะที่ลูกๆ ไปเที่ยวกันแล้วหลายครั้ง
เมื่อได้รับเชิญจาก โรงแรม โซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ให้ไปท่องเที่ยวเล่นกอล์ฟที่กระบี่ จึงรับเชิญทันที โดยไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง
ทริปนี้เป็นทริปที่ทางโรงแรมเชิญผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่เป็นสายกอล์ฟ ไปเที่ยวกระบี่ เพื่อชมความสวยงามของทะเลและเกาะแก่งต่างๆ รวมทั้งเล่นกอล์ฟในสนามของโภคีธราเอง ตลอดจนให้ไปพักผ่อนและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีอยู่ในรีสอร์ทอย่างเต็มที่
คณะของเราพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเศษก็ถึงสนามบินนานาชาติกระบี่ ก็คงเพราะกระบี่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติมาก สนามบินจึงปรับปรุงให้เป็นสนามบินนานาชาติมีด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยเพื่อรับนักท่องเที่ยวโดยตรง
เราได้รับการดูแลและต้อนรับอย่างดีนับตั้งแต่เริ่มเดินทางจากคุณแนนซี่ – มีพร เอี่ยวพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดสื่อสาร และน้องๆ ในทีมงานของ โภคีธรา รีสอร์ท โดยเฉพาะ คุณอ๊อด – สุภชัย วีระภุชงค์ กรรมการผู้จัดการ ที่รอต้อนรับอยู่ที่โรงแรมจนกระทั่งส่งกลับบ้านอย่างอิ่มหมีพลีมัน ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้
ผู้เขียนได้ยินชื่อ อ๊อด – ทิฟฟี่ มานาน เพิ่งจะได้เจอตัวจริงก็เที่ยวนี้ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เท่าที่เห็น เป็นผู้ที่มีความรู้ คุยเก่ง คุยได้ทุกเรื่อง และเป็นนักธุรกิจที่ยังมีพละกำลังเหลืออยู่เยอะกระชุ่มกระชวย มองการณ์ไกล และทำธุรกิจโดยมีจรรยาบรรณและคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนในละแวกใกล้เคียง
โซฟิเทล โภคีธรา รีสอร์ทห้าดาวขนาดใหญ่ที่สุดในกระบี่ จึงออกมาในรูปแบบของอุทยานพักผ่อนที่หรูหรา คลาสสิค แต่เต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ อยู่บนที่ตั้งที่แสนสวยของชายหาดขาวสะอาดยาวเหยียดของทะเลอันดามัน แวดล้อมไปด้วยป่าพฤษชาติของเขตร้อนชื้น มีความสูงเพียงสามชั้น แต่มีห้องมากถึง 276 ห้องรวมทั้งห้องสวีท การตกแต่งภายในโรงแรมใช้ไม้มะค่าผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ห้องพักแต่ละห้องกว้างขวางหรูหรามีเครื่องอำนวยความสะดวกพร้อม
มีเรื่องเล่าเป็นตำนานที่สอดคล้องกับการตั้งชื่อของรีสอร์ทแห่งนี้ โดย โภคี นั้นเป็นชื่อของพญานาคซึ่งอยู่ในเมืองบาดาล ซึ่งเป็นชั้นที่เจ็ด เป็นชั้นที่สูงที่สุดอันเป็นที่อยู่ของพญานาคชั้นสูง ซึ่งในตำนานจะมีด้วยกันทั้งหมดเจ็ดชั้น และชั้นที่เจ็ดนั้น เป็นชั้นที่ร่ำรวยไปด้วยเพชรนิลจินดา มีแต่ความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง และพญานาคที่อาศัยอยู่ในชั้นนี้เป็นพญานาคที่มีชื่อในเรื่องของความมีคุณธรรม ส่วนคำว่า ธรา หมายถึงแผ่นดิน เมื่อรวมกันอาจกล่าวได้ว่าเป็นแผ่นดินอันร่มเย็นของพญานาค
ชื่อดังกล่าวไปสอดคล้องกับนามสกุลของคุณวินัย วีระภุชงค์ ประธานบริษัท และคุณ สุภชัย วีระภุชงค์ ผู้เป็นลูก คำว่า วีระ หมายถึงความดี ส่วนคำว่า ภุชงค์ หมายถึง พญานาค แถมรีสอร์ทแห่งนี้ ก็ตั้งอยู่บนเขาหงอนนาค ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 70-80 เมตร บริเวณแหลมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากณีสอร์ทนัก และเป็นที่ตั้งของพระราชวัง ก็มีชื่อว่า แหลมหางนาค
นอกจากนี้ ในตำนานทางพระพุทธศาสนายังเชื่อว่า มีพญานาคชื่อมุจลิน เป็นทั้งที่กำบังแดดและกำบังฝนให้กับพระพุทธเจ้า ซึ่งบริเวณที่ตั้งของรีสอร์ทก็มีต้นจิก หรือต้น มุจลินอยู่เป็นจำนวนมาก พบเห็นได้ทั่วไป จึงเป็นที่เล่าขานของชาวบ้านว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาค ทางรีสอร์ทมี่ความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งว่า ถึงแม้จะมีคลื่นยักษ์สึนามิมา ผู้ที่พักอยู่ในรีสอร์ทก็จะปลอดภัย เพราะข้างหลังเป็นเขา ส่วนหน้าทะเลก็เป็นเกาะใหญ่บังคลื่นไว้ได้ แขกผู้มาพักจึงไม่ต้องกังวลว่านอนอยู่ดีๆจะถูกคลื่นพัดไป ซึ่งคุณสุภชัยเล่าว่า คนที่อยู่บนฝั่งของกระบี่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์พัดถล่มเลยสักคน เพราะกระบี่มีทำเลที่ตั้งปลอดภัยมาก
ส่วนน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำบาดาล เป็นแหล่งน้ำผุด เป็นน้ำแร่ใต้ดินธรรมชาติ ซึ่งชาวบ้านเรียกแหล่งน้ำนี้ว่า สะดือนาค เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำมาซึ่งความรุ่งเรืองเป็นสิริมงคล แหล่งน้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำหลักที่ต่อท่อมาใช้ในโรงแรม โดยเฉพาะที่สปา
“เรามุ่งเน้นในเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และชาวบ้านผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียง ซึ่งเกือบทั้งหมู่บ้านเป็นชาวมุสลิม น้ำบาดาลที่ต่อท่อมาที่โรงแรม เราก็แบ่งไปให้ชาวบ้านใช้” คุณสุภชัย กล่าว
สิ่งแรกที่สะดุดตาพวกเรามากที่สุดของรีสอร์ทแห่งนี้ก็คือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตรบนพื้นที่ห้าไร่หน้าโรงแรมติดกับชายหาดนั้นสวยงามน่าลงแหวกว่ายเล่นน้ำยิ่งนัก ดังจะเห็นในภาพที่ถ่ายมาด้วยความทึ่ง
วันต่อมา พวกเราไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ และดำน้ำ ดูปลา ดูปะการังกันอย่างสนุกสนาน เริ่มด้วยการนั่งเรือสปีดโบ็ทของรีสอร์ท ไปที่เกาะปอดะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงชมวิวเกาะหรือภูเขาหินที่โผล่พ้นน้ำเป็นเกาะสูงๆ ซึ่งอยู่ทั่วไปในทะเลแถบนี้ เป็นที่สวยงามเพลินตาเพลินใจ พวกเรามาพร้อมกับขนมปังก้อนใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาถุงใหญ่ๆสองถุง เรือพาเราลัดเลาะชมความสวยงามของหน้าผาสูงชันและหินที่งอกย้อยออกมาเหมือนผนังถ้ำ
พวกน้องๆ นักข่าวต่างสนุกสนานกับการดำผุดดำว่ายให้อาหารปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงอยู่ในน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาเสือ มันตอดอาหารจากมือเหล่าและเชื่องจนแทบจะจับมาเล่นได้ จากนั้น เราไปดูทะเลแหวกกัน ซึ่งช่วงที่เราไป น้ำทะเลขึ้น จึงมองไม่เห็นสันทรายเท่าใดนัก ที่เรียกว่า ทะเลแหวก เป็นเพราะเราสามารเดินในทะเลไปหาเกาะใกล้เคียงกัน ซึ่งประกอบด้วย เกาะทับ เกาะไก่ และเกาะหม้อ ได้สบาย อย่างไรก็ตาม ก็ยังเห็นนักท่องเที่ยวและน้องๆ ผู้สื่อข่าวลงไปเล่นน้ำกระโดดโลดเต้นบนสันทรายกันอย่างสนุกสนาน
จากนั้นเราก็ไปเที่ยวดูปะการังและปลาสวยงามกันในบริเวณเกาะพีพี ปกติผู้เขียนจะไปเที่ยวอยู่แต่ชายหาดของเกาะพีพี แต่ครั้งนี้ เรือไปจอดห่างฝั่งประมาณสองกิโลเมตร น้ำทะเลใส ปลาเสือยังคงว่ายวนเวียนเป็นฝูงใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อโยนขนมปังลงไปให้กิน
เรากลับมาแวะที่ห้อง ซึ่งมีเขาสูงโอบล้อมเป็นวงกลมเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำและพายเรือแคนูเล่น น้ำสีฟ้าใสทำให้ทิวทัศน์ของห้องโถงในทะเลสวยงามมาก
ติดๆ กัน ป็นเกาะสี่ และเป็นที่พักเล่นน้ำและรับประทานอาหารกลางวันของพวกเรา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานคอยดูแลความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่เล่าว่า บนเกาะนี้ ไม่มีที่พัก มีแต่ชายหาดเล่นน้ำ และมีโต๊ะไว้รับประทานอาหารที่นำมา และต้องช่วยกันรักษาความสะอาด เกาะนี้อยู่ห่างจากชายหาดของรีสอร์ทเพียงนั่งเรือประมาณสิบนาที
กลับมาจากการเที่ยวทะเล ผู้เขียนก็มาใช้บริการสปาของโรงแรมต่อ ซึ่งทราบมาว่าได้นำต้นแบบมาจาก เลอ สปา ของฝรั่งเศส โปรแกรมการนวดที่ถือว่าเป็นจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของ เลอ สปา แห่งนี้ก็คือ Aroma Tonic เป็นการนวดไทยผสมน้ำมัน ผู้เขียนไม่ชอบนวดหนัก ก็เลยขอให้นวดแบบปานกลาง ก็สบายดี น้องๆบางคนก็ถือโอกาสลงอ่างจากุซซี่ ก่อนขึ้นมานวดสบายตัวกันทั่วหน้า
วันรุ่งขึ้นเราไปเที่ยวกันที่วัดถ้ำเสือ วัดที่เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคใต้ หลวงพ่อ จำเนียร สีลเสฎโฐ จำวัดอยู่ ที่วัดถ้ำเสือมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเที่ยวตลอดเวลาไม่ขาดสาย นอกจากจะมาไหว้พระแล้ว ใครที่แข็งแรงก็สามารถไต่บันไดที่มีความสูงกว่าหนึ่งพันสองร้อยขั้น ขึ้นไปชมวิวบนเขาสูงได้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนขึ้นไป รวมทั้งน้องผู้สื่อข่าวบางคน ส่วนคนที่อยู่ข้างล่างก็เอาใจช่วยและฝากถ่ายภาพมาด้วย เผอิญวันนั้นมีหมอกเยอะ ภาพก็เลยไม่ใสสวยอย่างใจ
บ่ายวันนั้น หลายคนสนุกสนานกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งในตอนเช้ามีการสาธิตและแนะนำการออกกำลังกายในน้ำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย ในขณะที่บางคนก็ถือโอกาสออกรอบที่สนามกอล์ฟของโภคีธรา รีสอร์ท ตั้งอยู่ภายในโรงแรมนั่นเอง
ผู้เขียนใช้เวลาช่วงบ่ายสำรวจสนามกอล์ฟซึ่งเป็นสนามขนาด 9 หลุม พาร์ 28 เป็นหลุมพาร์ 3 แปดหลุม และหลุมพาร์ 4 หนึ่งหลุม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งบนเชิงเขาหงอนนาคต่อลงมาถึงหาดคลองม่วงหน้าโรงแรม ช่วยให้สนามมีความท้าทายและมีทิวทัศน์สวยงามยิ่ง ถึงจะเป็นหลุมพาร์ 3 ก็เป็นพาร์ 3 ที่ไม่ง่าย ส่วนหลุมพาร์ 4 ก็เป็นพาร์ 4 ที่มีด็อกเลกขวา ถ้าตีตัดก็มีสิทธ์เข้าป่าได้ง่ายๆ เหมือนกัน ส่วนกรีนนั้นปั้นในแบบของกรีนสมัยใหม่ ไม่ง่ายเลย

แนวความคิดของผู้สร้างรีสอร์ทแห่งนี้ เท่าที่ฟังและเห็นมา ก็เพื่อให้ครอบคลุมทุกส่วนของการมาพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ ทะเล สปา สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่พักหรูหราสะดวกสบาย ทิวทัศน์ที่สวยงามของชายหาดและเกาะต่างๆ เหมาะแก่การนั่งเรือตกปลา ดำน้ำดูปลาสีสวยและปะการัง มีสารพัดกีฬาทั้งบนบกและในน้ำให้เล่น มาที่นี่แล้วลืมความเครียดจากการงานได้อย่างดีทีเดียว
ผู้เขียนส่งท้ายด้วยการไปเดินเล่นในอ่าวพระนางตอนค่ำ ดูแล้วก็คล้ายหาดป่าตองที่ภูเก็ต แต่ไม่มากมายคึกคักเท่า เพราะไม่มีถนนบาร์เบียร์อย่างที่ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร มีชาวต่างชาติมาเดินเล่นกันมากมาย
หากท่านใดมีเวลาว่างก็ลองไปเที่ยวดู เพราะตอนนี้ทางโภคีธราทำแพ็กเก็จโปรโมชั่นถูกมาก ในราคาแพ็กเก็จ 9,900 บาท ท่านจะได้ทั้ง ห้องพักสองคืนรวมอาหารเช้า รถรับ-ส่งจากสนามบิน เครื่องดื่มต้อนรับ นวดอโรม่าฟรีหนึ่งชั่วโมง สำหรับสองท่าน ดินเนอร์สุดหรูสำหรับสองท่าน และออกรอบฟรีสำหรับสองท่านหนึ่งรอบ รวมราคาทั้งหมดแล้ว ถูกกว่าค่าห้องพักหนึ่งคืนของรีสอร์ทแห่งนี้เสียอีก |