"ธงชัย" ทำเงินอช.ทัวร์ทะลุ 4 ล้านเหรียญ

ธงชัย ใจดี ยอดก้านเหล็กขวัญใจชาวไทย ก้าวข้ามอีกหนึ่งหลักไมล์แห่งความสำเร็จบนเส้นทางสายนักกอล์ฟอาชีพ เมื่อกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำเงินรางวัลใน เอเชียน ทัวร์ ทะลุหลัก 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 140 ล้านบาท) หลังจากจบท็อป 10 จากศึก บัลเลนไทน์ แชมเปี้ยนชิป ที่เกาหลี
โดย "โปรช้าง" ที่ถือครองสถิติแชมป์ เอเชียน ทัวร์ มากที่สุด 12 รายการ รับเงินรางวัลไป 56,117 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.9 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากการจบอันดับ 9 ร่วม ส่งผลให้ยอดเงินสะสมรวมใน เอเชียน ทัวร์ ขึ้นไปเป็น 4,005,888 เหรียญสหรัฐ
ขณะที่ยอดเงินรวมในอาชีพของ จีฟ มิลก้า ซิงห์ (2,835,765 เหรียญสหรัฐ)กับ จโยติ รันด์ฮาวา (2,674,874 เหรียญสหรัฐ) สองโปรชื่อดังจากแดนโรตี รั้งอยู่อันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ตามมาด้วยอีกหนึ่งสตาร์ไทยอย่าง ถาวร วิรัตน์จันทร์ ที่รั้งอันดับ 4 ด้วยยอด 2,526,174 เหรียญสหรัฐ
ด้าน เหลียง เหวิน-ชง จากจีน อดีตมือหนึ่ง เอเชียน ทัวร์ เมื่อปี 2007 อยู่อันดับ 5 ทำเงินไปแล้ว 2,480,449 เหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับ โนห์ เซียง-ยูล ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากเกาหลี ที่กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่อยู่ในท็อป 30 ด้วยการเก็บเงินไปแล้ว 989,554 เหรียญสหรัฐ ทั้งที่เพิ่งลงเล่นใน เอเชียน ทัวร์ ได้แค่ 3 ปี
ทั้งนี้ ธงชัย ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 44 ของโลก เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกที่คว้าตำแหน่งแชมป์ เอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต สามสมัย จากชัยชนะ 2 รายการเมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่ในปีนี้ สวิงหนุ่มจากลพบุรี ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงด้วยการจบอันดับ 3 ที่ดูไบ ก่อนได้อันดับ 5 ในศึก มาเลเซียน โอเพ่น และเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายของศึก เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิป รายการ แอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์ แชมเปี้ยนชิป โดยแพ้ให้กับ เอียน โพลเตอร์ จากอังกฤษ ที่สุดท้ายได้แชมป์ไปครอง
"ผมหวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ และเห็นผู้เล่นจาก เอเชียน ทัวร์ มากขึ้นในท็อป 50 ของโลกในอนาคต"
ความจริงแล้ว ธงชัย เพิ่งเทิร์นโปรเมื่ออายุได้ 30 ปี แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วหลังจากได้เอเชียน ทัวร์ การ์ด จากการคิว-สคูลเมื่อปี 1999
"ตอนนี้มีผู้เล่นมากมายที่กำลังพัฒนาขึ้นมา และเราต้องสนับสนุนพวกเขาให้เข้าสู่ เอเชียน ทัวร์ เรามีโอกาสที่จะได้ต้อนรับผู้เล่นระดับบิ๊กเนม ทุกคนมีความใฝ่ฝันถึง พีจีเอ ทัวร์ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่หากเรายังคงมีทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะช่วยให้วงการกอล์ฟพัฒนาเร็ว ตอนผมเริ่มเล่นเมื่อปี 1999 เงินรางวัลยังน้อยมาก แต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นแล้ว"
|