| Current Issue |
ปีที่ 21 ฉบับที่ 198
เดือน กรกฎาคม 2553


 

 

ไข้หวัดใหญ่  สายพันธุ์ใหม่ นักกอล์ฟควรรู้จัก….!

วันที่  12  พฤษภาคม  2552  กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วย  ยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ  เอช 1 เอ็น 1  ในประเทศไทย  จำนวน  2  ราย  ติดเชื้อมาจากประเทศเม็กซิโกรายแรกหายเป็นปกติแล้ว  รายที่  2  มีอาการเล็กน้อย ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสครบชุดแล้ว  ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว

ประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่  ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว  ตั้งแต่รับปัญหาโรคไข้หวัดนก  และการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในประเทศ

สถานการณ์จากต่างประเทศ  สรุปรายงานองค์กรอนามัยโลกตั้งแต่  24  เมษายน  ถึง  13  พฤษภาคม  2552  จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  ชนิด A (H1 N1)  รายงานเป็นทางการใน   33 ประเทศ  รวมผู้ป่วยทั้งสิ้น  5,728  ราย  เสียชีวิต  61  ราย  (เม็กซิโก  56  ราย ,  สหรัฐอเมริกา  3  ราย,  แคนาดา  1  ราย  และออสตาริกา  1  ราย  อัตราป่วยตาย  ร้อยละ  1.06 )

ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ  ณ  จุดตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  จนถึงวันที่  13  พฤษภาคม  2552  จำนวน 568,833  ราย  มีคนไข้  68  ราย   เป็นคนไข้  2  คนที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่  จากประเทศเม็กซิโก  ขณะนี้หายดีแล้ว

คณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขได้ป้องกัน  ควบคุมรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่ง  ซึ่งยังต้องการทำต่อไป เนื่องจากมีรายงานขององค์กรอนามัยโลก  พบผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน  และเพิ่มขึ้นอีกหลายประเทศต่อเนื่อง

ผมขอขยายเรื่องไข้หวัดใหญ่  ให้นักกอล์ฟเข้าใจถึงความสำคัญและไม่ต้องตื่นตระหนก  แต่รู้วิธีป้องกัน  เพื่อที่จะได้เล่นกอล์ฟได้อย่างมีความสุข

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส  แบ่งเป็น  3  ชนิด  คือ  A B C   ชนิด A  และ B  มีความสำคัญในเรื่องการระบาดของโรคเกือบทุกปี   ชนิด C มีอาการน้อย  และไม่มีการระบาด

ในอดีตที่ผ่านมา  ทางการแพทย์ยังไม่เจริญ  มีการระบาดในปี 1918  Spanish  flu  มีคนตาย  40 – 50 ล้านคน   ในปี 1957  Asian flu  มีคนตายกว่า  1  ล้านคน  ปี 1968 มีคนตายประมาณ  1  ล้านคน

เชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงทุกปี  ทำให้สามารถเข้าไปติดเชื้อในคน  นก  และสัตว์อื่น ๆ ได้ เมื่อคน  สัตว์  ได้รับเชื้อไวรัสแล้ว  จะสร้างภูมิคุ้มกัน  ถ้าเชื้อมีการปรับตัวใหม่  ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่อาจไม่ได้ผล  หรือสามารถป้องกันได้บางส่วน  ลดระดับความรุนแรงของการติดเชื้อได้

ทางการแพทย์พยายามพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อจากไข้หวัดใหญ่  โดยที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันเชื้อไวรัสได้เป็นส่วนใหญ่  ผลของการป้องกันขึ้นอยู่กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน  และขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

โดยทั่วไปป้องกันได้  70 – 90% ในคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV หรือร่างกายไม่แข็งแรง  มีโรคประจำตัวเรื้อรัง  วัคซีนจะได้ผลน้อยลง

ถึงแม้ว่าภูมิคุ้มกันที่สร้างจากการฉีดวัคซีน   ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไป  แต่ยังสามารถลดความรุนแรงของการติดเชื้อ  ลดภาวะแทรกซ้อน  และลดอัตราตายได้

จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนลดอัตราการรักษาในโรงพยาบาล 70%  และลดอัตราตาย  85%

ผู้ที่สมควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ คือ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน  และผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่าย  ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า  65  ปี
  • ผู้ที่อยู่ในสถานพักฟื้น  หรือได้รับการดูแลทางการแพทย์เป็นเวลานาน
  • ผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ  โรคหอบหืด โรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง  เช่น  โรคเบาหวาน  โรคไต  โรคเลือดผิดปกติ  โรคความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน
  • บุคคลทำงานด้านบริการชุมชน 
  • บุคลากรทางการแพทย์
  • และนักกอล์ฟที่ต้องเดินทางไปแข่งต่างประเทศ 

หลังฉีดวัคซีน  ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่  และสามารถป้องกันได้ภายใน 2 – 3  สัปดาห์

ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ในวัคซีน เช่น  แพ้ไข่  แพ้โปรตีน
  • ผู้ที่มีไข้สูง  หรือติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน  ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน

ข้อแนะนำสำหรับนักกอล์ฟ

  • หากไม่มีความจำเป็น ควรชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
  • ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด  ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ  หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
  • หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
  • ติดตามข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  โดยเฉพาะผักและผลไม้  ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่แลสุรา

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ

  • ยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  แต่การฉีกวัคซีนไขหวัดใหญ่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลได้
  • ควรนำหน้ากากอนามัย (surgical  mask) ยาลดไข้ (paracetamol) และยาที่กินประจำติดตัวไปด้วย
  • ควรทำประกันสุขภาพสำหรับในประเทศก่อนออกเดินทาง
 

| Back Issue |

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Summit OnGreen Media Co., Ltd.
72 Moo 14 Bangna-Trad Rd. (K.M. 10.5), Bangpleeyai, Bangplee, Samut Prakan 10540
Tel. 0 2300 0017 Ext.264-268 Fax. 0 23000273 www.ongreengolf.com

Copyright © 2009  |  All Rights Reserved

Web Page Hit Counter
Eating for Life