ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ นักกอล์ฟควรรู้จัก….!
วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วย ยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศไทย จำนวน 2 ราย ติดเชื้อมาจากประเทศเม็กซิโกรายแรกหายเป็นปกติแล้ว รายที่ 2 มีอาการเล็กน้อย ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสครบชุดแล้ว ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว
ประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่รับปัญหาโรคไข้หวัดนก และการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในประเทศ
สถานการณ์จากต่างประเทศ สรุปรายงานองค์กรอนามัยโลกตั้งแต่ 24 เมษายน ถึง 13 พฤษภาคม 2552 จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1 N1) รายงานเป็นทางการใน 33 ประเทศ รวมผู้ป่วยทั้งสิ้น 5,728 ราย เสียชีวิต 61 ราย (เม็กซิโก 56 ราย , สหรัฐอเมริกา 3 ราย, แคนาดา 1 ราย และออสตาริกา 1 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 1.06 )
ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ จุดตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 จำนวน 568,833 ราย มีคนไข้ 68 ราย เป็นคนไข้ 2 คนที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จากประเทศเม็กซิโก ขณะนี้หายดีแล้ว
คณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขได้ป้องกัน ควบคุมรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่ง ซึ่งยังต้องการทำต่อไป เนื่องจากมีรายงานขององค์กรอนามัยโลก พบผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน และเพิ่มขึ้นอีกหลายประเทศต่อเนื่อง
ผมขอขยายเรื่องไข้หวัดใหญ่ ให้นักกอล์ฟเข้าใจถึงความสำคัญและไม่ต้องตื่นตระหนก แต่รู้วิธีป้องกัน เพื่อที่จะได้เล่นกอล์ฟได้อย่างมีความสุข
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ A B C ชนิด A และ B มีความสำคัญในเรื่องการระบาดของโรคเกือบทุกปี ชนิด C มีอาการน้อย และไม่มีการระบาด
ในอดีตที่ผ่านมา ทางการแพทย์ยังไม่เจริญ มีการระบาดในปี 1918 Spanish flu มีคนตาย 40 – 50 ล้านคน ในปี 1957 Asian flu มีคนตายกว่า 1 ล้านคน ปี 1968 มีคนตายประมาณ 1 ล้านคน
เชื้อไวรัสเปลี่ยนแปลงทุกปี ทำให้สามารถเข้าไปติดเชื้อในคน นก และสัตว์อื่น ๆ ได้ เมื่อคน สัตว์ ได้รับเชื้อไวรัสแล้ว จะสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าเชื้อมีการปรับตัวใหม่ ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่อาจไม่ได้ผล หรือสามารถป้องกันได้บางส่วน ลดระดับความรุนแรงของการติดเชื้อได้
ทางการแพทย์พยายามพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อจากไข้หวัดใหญ่ โดยที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันเชื้อไวรัสได้เป็นส่วนใหญ่ ผลของการป้องกันขึ้นอยู่กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน และขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
โดยทั่วไปป้องกันได้ 70 – 90% ในคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV หรือร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัวเรื้อรัง วัคซีนจะได้ผลน้อยลง
ถึงแม้ว่าภูมิคุ้มกันที่สร้างจากการฉีดวัคซีน ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสามารถลดความรุนแรงของการติดเชื้อ ลดภาวะแทรกซ้อน และลดอัตราตายได้
จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนลดอัตราการรักษาในโรงพยาบาล 70% และลดอัตราตาย 85%
ผู้ที่สมควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ คือ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน และผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่าย ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
- ผู้ที่อยู่ในสถานพักฟื้น หรือได้รับการดูแลทางการแพทย์เป็นเวลานาน
- ผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคหัวใจ
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคเลือดผิดปกติ โรคความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน
- บุคคลทำงานด้านบริการชุมชน
- บุคลากรทางการแพทย์
- และนักกอล์ฟที่ต้องเดินทางไปแข่งต่างประเทศ
หลังฉีดวัคซีน ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และสามารถป้องกันได้ภายใน 2 – 3 สัปดาห์
ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ในวัคซีน เช่น แพ้ไข่ แพ้โปรตีน
- ผู้ที่มีไข้สูง หรือติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน

ข้อแนะนำสำหรับนักกอล์ฟ
- หากไม่มีความจำเป็น ควรชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
- ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
- หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
- ติดตามข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่แลสุรา
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ
- ยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ แต่การฉีกวัคซีนไขหวัดใหญ่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลได้
- ควรนำหน้ากากอนามัย (surgical mask) ยาลดไข้ (paracetamol) และยาที่กินประจำติดตัวไปด้วย
- ควรทำประกันสุขภาพสำหรับในประเทศก่อนออกเดินทาง
|